บทความ ไวอากร้า (Viagra) - ถุงยางอนามัยของผู้หญิงก็มีด้วยหรอ



ถุงยางอนามัยของผู้หญิงก็มีด้วยหรอ

Share :

ถุงยางอนามัยของผู้หญิงก็มีด้วยหรอ



ขณะที่มียาไวอากร้าออกมาแล้วและถุงยางก็มีมากขึ้นในปัจจุบัน ในสังคมประเทศไทยงานวิจัยระบุว่า คนไทยที่มีความต้องการทางเพศมากที่สุดก็คือ พนักงานออฟฟิศโดยเฉพาะผู้หญิง เรื่องราววันนี้ก็คือถุงยางอนามัยผู้หญิง

 

ถุงยางอนามัยผู้หญิง

     ถุงยางผู้หญิง หรือ ถุงยางอนามัยผู้หญิง หรือ ถุงยางอนามัยสตรี (Female condom) มีการผลิตขึ้นมาใช้นานแล้วครับ โดยผ่านการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) เมื่อปี ค.ศ.1993 (พ.ศ.2546) แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเหมือนถุงยางอนามัยผู้ชายที่ผลิตมาจากยางธรรมชาติ (Rubber latex) เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับถุงยางสตรีที่ผลิตมาจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane) ที่อ่อนนุ่มยืดหยุ่นได้ และหาซื้อได้ยากพอสมควร แม้ว่าถุงยางจะมีความบางและยืดหยุ่นได้ดี และไม่เกิดการระคายเคืองต่อผู้ใช้ทั้งชายและหญิงก็ตาม

 

     ถุงยางอนามัยของสตรี เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้สำหรับสอดเข้าไปภายในช่องคลอดของสตรีก่อนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิผ่านเข้าสู่โพรงมดลูก ( หลักการเดียวกับถุงยางอนามัยชาย ) โดยลักษณะของถุงยางอนามัยสตรีจะมีความยาว 6.5 นิ้ว หรือยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ที่ปลายถุงทั้งสองด้านมีห่วงยางหรือวงแหวนยืดหยุ่น 2 วง ห่วงจะมีลักษณะแข็งกว่าส่วนอื่น มีไว้เพื่อให้เกิดความกระชับและเพื่อให้คงรูปร่างไว้ได้ในขณะใช้งาน ปลายถุงด้านหนึ่งตันเพื่อใช้สอดเข้าไปในช่องคลอด ส่วนปลายถุงอีกด้านหนึ่งจะเป็นปลายเปิด ยื่นออกมานอกช่องคลอด ภายในถุงยางจะมีน้ำยาหล่อลื่น แต่ไม่มียาฆ่าเชื้ออสุจิ นั้นเอง

 

ประโยชน์ของถุงยางอนามัยสตรี

     ถุงยางอนามัยสตรีมีหลักการเดียวกับถุงยางอนามัยชาย คือ สามารถใช้คุมกำเนิดและช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เอดส์ เป็นต้น ซึ่งการคุมกำเนิดโดยใช้วิธีนี้จะดีกว่าการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด การทำหมัน ฯลฯ ในเรื่องของการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

 

ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยสตรี

     แล้วประสิทธิภาพของมันละ มีคุณภาพขนาดไหน  ตามหลักแล้วการใช้ถุงยางอนามัยสตรีอย่างถูกต้อง (Perfect use) จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5% ซึ่งหมายความว่า จำนวนการตั้งครรภ์ต่อปี (first year of use) ของสตรีที่คุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยางอนามัยสตรี จำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 5 คน

 

ถุงยางอนามัยสตรีเหมาะกับใคร

1. ผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดทั้งแบบชั่วคราวหรือแบบฉุกเฉินโดยที่ไม่ได้กินยาคุมกำเนิดมาก่อน

2. เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้หรือรู้สึกไวต่อถุงยางอนามัยแบบลาเทกซ์

3. สตรีที่ตัวเองมีโรคหรือสามีมีโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เป็นโรคไวรัสตับอักเสบ ติดเชื้อเอชไอวี ฯลฯ

4. สตรีที่มีการคุมกำเนิดในรูปแบบอื่นอยู่แล้ว แต่อยากป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย เช่น ฉีดยาคุมกำเนิด หรือรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดมาก่อนอยู่แล้ว

 

วิธีใส่ถุงยางอนามัยสตรี

     ในขั้นตอนแรกของการใส่ถุงยางอนามัยสตรี โปรดจำไว้ว่าจะต้องใส่ถุงยางเข้าไปในช่องคลอดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ จะใส่ไว้รอล่วงหน้าก็ได้ครับ ซึ่งในกรณีนี้จะแตกต่างจากถุงยางอนามัยผู้ชายตรงที่ต้องใส่ในขณะที่อวัยวะเพศกำลังแข็งตัวเต็มที่ โดยมีขั้นตอนการใส่ดังนี้ครับ

- ให้ล้างมือให้สะอาดแล้วแกะถุงยางอนามัยออกจากซอง หลังฉีกซองเสร็จแล้ว ให้ทาสารหล่อลื่นที่ถุงยางอนามัย จะใช้สารหล่อลื่นชนิดใดก็ได้ เพราะถุงยางอนามัยสตรีนั้นทำมาจากสารสังเคราะห์ (Polyurethane) ที่สามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นหรือตัวยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันได้โดยไม่ทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมคุณภาพหรือฉีกขาดได้เหมือนถุงยางอนามัยชาย

- เลือกท่าใส่ที่สบาย โดยอาจจะเป็นท่ายืนแยกขาเล็กน้อย ท่ายืนแบบยกขา 1 ข้าง (วางขาบนเก้าอี้) ท่านั่งยอง ๆ หรือเป็นท่านอนชันเข่าก็ได้ครับตามแต่จะสะดวก แล้วให้ใช้นิ้วมือด้านที่ถนัดจับห่วงยาง (ด้านนอก) ตรงด้านที่ปลายตัน แล้วบีบห่วงยางเข้าหากันให้มีรูปร่างเล็กลง แล้วจึงค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดให้ลึกพอประมาณ และให้ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางสอดเข้าไปภายในถุงยางพร้อมกับดันให้ก้นถุงยางเข้าไปอยู่ในช่องคลอดให้ลึกที่สุดจนชนปากมดลูก พอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วก็ค่อย ๆ จัดระเบียบให้ถุงยางที่สอดเข้าไปด้านในไม่บิดเบี้ยวและจัดให้ขอบห่วงที่อยู่ภายนอก (ด้านปลายเปิด) ให้ครอบอยู่ที่ปากช่องคลอดพอดี แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

- ในขั้นตอนการถอดถุงยางอนามัยสตรี หลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จแล้วและมีน้ำอสุจิอยู่ในถุง ให้ใช้นิ้วจับห่วงที่อยู่ภายนอกแล้วบิดปากถุงประมาณ 3-4 รอบให้สนิท เพื่อให้เชื้ออสุจิอยู่ในถุง แล้วจึงค่อย ๆ ดึงถุงยางออกมาจากช่องคลอด จากนั้นห่อด้วยกระดาษหรือทิชชูให้มิดชิดก่อนจะนำไปทิ้งขยะ ถ้าเลือกได้ให้เลือกถังขยะติดเชื้อจะดีที่สุด และไม่ควรทิ้งถุงยางอนามัยลงในชักโครก เพราะจะทำให้ชักโครกตันได้                                     

 

ข้อดีของถุงยางอนามัยสตรี

- ใช้คุมกำเนิดหรือป้องกันการตั้งครรภ์ได้

- ช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกับการใช้ถุงยางอนามัย เช่น ซิฟิลิส หนองใน ไวรัสตับอักเสบบี เอดส์

- มีความปลอดภัย ไม่มีผลต่อสุขภาพและต่อภาวะการเจริญพันธุ์ของผู้หญิง เพราะไม่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนในร่างกาย จึงทำให้ไม่มีผลข้างเคียงจากฮอร์โมน ประจำเดือนมาตามปกติ

- มีความทนทานมากกว่าถุงยางอนามัยชาย และสามารถใช้ร่วมกับเจลหล่อลื่นที่เป็นน้ำมันได้

- เมื่อหยุดใช้ ก็สามารถมีลูกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

 

ข้อเสียของถุงยางอนามัยสตรี

- มีอัตราการล้มเหลวสูงจากการคุมกำเนิด หากใช้อย่างไม่ถูกวิธี

- ต้องใช้ทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หาซื้อได้ยาก และมีราคาแพงกว่าถุงยางอนามัยชาย

- ขั้นตอนการใส่ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย การสอดถุงยางอาจจะมีความลำบากสำหรับบางคน

- ในบางครั้งฝ่ายชายอาจสอดใส่เข้าไปผิดตำแหน่งในขณะร่วมเพศได้

 

     วันนี้ความรู้เต็มอิ่มก้นเลยทีเดียวจากขอมูลที่เราหามาได้ หลังจากที่เรารู้จักกับถุงยางแบบผู้ชายไปแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักถุงยางแบบผู้หญิงกันอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามใครที่มีปัญหาเรื่องเพศหรือคู่รักบนเตียง คลิกที่นี่

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก medthai

Created : 14-08-2019


บทความ ไวอากร้า ( Viagra ) ที่น่าสนใจ

หลั่งเร็ว เสร็จไว แก้ไขได้อย่างไร ? ตอนที่ 1